Blog Banner
All

Submersible Pump คืออะไร? ปั๊มจุ่มน้ำ-ปั๊มจุ่มน้ำเสีย ทำงานอย่างไร และเลือกสเปกให้เหมาะกับงานได้อย่างไร?

15/07/2026
15/Jul/2026 12:00 PM

เจาะลึก Submersible Pump ปั๊มจุ่มน้ำ ปั๊มแช่ พร้อมวิธีเลือกปั๊มน้ำท่วมและปั๊มน้ำเสียอุตสาหกรรมครบจบในที่เดียว โดยทีมวิศวกร Dynamach

Solar pump


ปั๊มจุ่ม หรือปั๊มจุ่มน้ำ (Submersible Pump) คือ เครื่องสูบน้ำที่ออกแบบให้มอเตอร์ทำงานใต้ผิวน้ำได้โดยตรง ตัวเครื่องหุ้มด้วยซีลกันน้ำสองชั้น (Double Mechanical Seal) และมาตรฐานกันน้ำ IP68 ทำให้ทำงานได้ปลอดภัยแม้แช่อยู่ในบ่อลึกต่อเนื่องเป็นเวลานาน นิยมใช้เป็นปั๊มจุ่มน้ำเสียในระบบบำบัดน้ำเสียโรงงาน ปั๊มระบายน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ สูบน้ำจากบ่อเจาะในงานก่อสร้าง และสูบน้ำเกษตรจากแหล่งน้ำใต้ดิน ข้อดีหลักคือประหยัดพื้นที่ติดตั้งเพราะไม่ต้องมีห้องปั๊มบนดิน อีกทั้งยังระบายความร้อนได้ดีผ่านของเหลวที่สูบออก

Submersible Pump คืออะไร ทำงานอย่างไร?

Submersible Pump คือ เครื่องสูบน้ำที่ออกแบบมาให้มอเตอร์ทำงานภายใต้ผิวน้ำได้โดยตรง หรือที่เรียกกันติดปากว่า ปั๊มจุ่มน้ำ หรือ ปั๊มแช่ ตัวโครงสร้างทำจากวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น เหล็กหล่อหรือสแตนเลส มีซีลกันน้ำสองชั้น (Double Mechanical Seal) พร้อมระดับการกันน้ำ IP68 ทำให้มอเตอร์ปลอดภัยแม้แช่อยู่ในบ่อลึก

ข้อดีของ Pump Submersible คือช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้งเนื่องจากไม่ต้องมีห้องปั๊มบนดิน ลดเสียงรบกวนขณะทำงาน และสามารถระบายความร้อนได้ดีเยี่ยมผ่านของเหลวที่สูบ ทำให้เหมาะทั้งการเป็นปั๊มน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำ และปั้ม Submerge สำหรับงานหนักในไลน์ผลิต

ปั๊มจุ่ม หรือปั๊มจุ่มน้ำ (Submersible Pump) มีกี่ประเภท แนะนำการเลือกใช้งานให้เหมาะสม

ปั๊มจุ่มหรือปั๊มจุ่มน้ำ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะของเหลวที่สูบออก ซึ่งจะเหมาะกับรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันด้วย ดังนี้

  1. ปั๊มจุ่ม สำหรับดูดน้ำดี/น้ำใส
    ปั๊มจุ่มน้ำดี ออกแบบมาสำหรับสูบน้ำสะอาดที่ไม่มีตะกอนหรือของแข็งปนเปื้อน เช่น น้ำประปา น้ำบาดาล โดยใบพัดมีช่องทางไหลแคบกว่าปั๊มน้ำเสีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำในระยะไกลและแรงดันสูง เหมาะกับงานสูบน้ำขึ้นถังเก็บ บ่อปลา สระน้ำ และงานสูบน้ำเพื่อการเกษตร
  2. 2. ปั๊มจุ่ม สำหรับดูดน้ำเสีย/น้ำขุ่น
    ปั๊มจุ่มน้ำเสีย สามารถรองรับของเหลวที่มีตะกอน เศษขยะ หรือของแข็งปนเปื้อนได้โดยไม่อุดตัน เพราะลักษณะใบมีช่องทางไหลกว้างกว่า นิยมใช้เป็นปั๊มจุ่มน้ำเสียในบ่อบำบัดน้ำเสียโรงงาน ระบบระบายน้ำท่วม และบ่อพักน้ำเสีย ด้วยโครงสร้างที่ทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี

การเลือกใช้ Submerged Pump แบรนด์ชั้นนำที่ Dynamach จัดจำหน่าย ปั๊มน้ำ Tsurumi ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับงานระบายน้ำเสีย ด้วยใบพัดทนทานและมาตรฐาน IP68 สำหรับงานบาดาลและระบบน้ำเกษตรขนาดใหญ่ ปั๊มน้ำ Franklin มอเตอร์มาตรฐานอเมริกัน ให้ประสิทธิภาพสูง ทนความร้อน เหมาะกับการทำงานต่อเนื่อง

5 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนเลือก Submersible Pump ให้เหมาะกับงาน

เพื่อให้ได้ ปั๊ม Submersible ที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน คุณควรพิจารณา 5 ปัจจัยหลักดังนี้:

  • การคำนวณระยะส่งน้ำ (Head): ต้องคำนวณความสูงจากก้นบ่อถึงจุดปล่อยน้ำรวมกับแรงเสียดทานในท่อ เพื่อให้ปั๊มมีแรงส่งที่เพียงพอ
  • อัตราการไหล (Flow Rate): ปริมาณน้ำที่ต้องการสูบ (เช่น ลบ.ม./ชม.) ต้องสอดคล้องกับขนาดบ่อและความเร็วในการเติมน้ำเข้า
  • ขนาดท่อส่งและอุปกรณ์ติดตั้ง: ควรเลือกขนาดท่อให้เหมาะสม และพิจารณาใช้ระบบ Guide Rail Fitting เพื่อความสะดวกในการยกปั๊มขึ้นมาตรวจเช็กโดยไม่ต้องลงไปในบ่อ
  • ระบบไฟฟ้า (1 Phase / 3 Phase): ตรวจสอบว่าหน้างานใช้ไฟบ้าน (220V) หรือไฟโรงงาน (380V) เพื่อเลือกมอเตอร์ให้ตรงสเปก
  • ตู้คอนโทรลปั๊มน้ำและลูกลอยไฟฟ้า: สิ่งสำคัญที่ช่วยป้องกันมอเตอร์ไหม้ ตรวจสอบระดับน้ำอัตโนมัติผ่านลูกลอยไฟฟ้า และควบคุมการสลับการทำงานของปั๊ม

Submersible Pump กับปั๊มน้ำบนดิน ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี?

Submersible Pump กับปั๊มน้ำบนดิน (Surface Pump) ต่างกันหลักที่ตำแหน่งติดตั้งของมอเตอร์ ปั๊มจุ่มน้ำมีมอเตอร์แช่อยู่ใต้น้ำโดยตรง จึงต้องมีซีลกันน้ำและมาตรฐาน IP ระดับสูงอย่าง IP68 ระบายความร้อนผ่านของเหลวที่สูบ เหมาะกับบ่อบำบัดน้ำเสีย หรือพื้นที่จำกัดที่ไม่ต้องการห้องปั๊มบนดิน ส่วนปั๊มบนดินติดตั้งพ้นระดับน้ำ ระบายความร้อนด้วยอากาศ เข้าถึงตัวปั๊มเพื่อตรวจเช็กหรือซ่อมบำรุงได้ง่าย จึงเหมาะกับงานที่ต้องดูแลรักษาบ่อยครั้ง การเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับลักษณะบ่อ พื้นที่ติดตั้ง และความถี่ในการเข้าถึงปั๊มเพื่อบำรุงรักษา

หัวข้อเปรียบเทียบ Submersible Pump Surface Pump
ตำแหน่งมอเตอร์ อยู่ใต้น้ำ ต้องมีมาตรฐานกันน้ำ IP68 อยู่เหนือน้ำ ไม่ต้องกันน้ำระดับสูง
การระบายความร้อน ระบายผ่านของเหลวที่สูบโดยรอบ ระบายด้วยพัดลมและอากาศโดยรอบ
เสียงรบกวน เบา เนื่องจากจมอยู่ใต้น้ำ ดังกว่า เพราะทำงานในอากาศเปิด
พื้นที่ติดตั้ง ประหยัดพื้นที่ ไม่ต้องมีห้องปั๊ม ต้องมีห้องปั๊มหรือฐานติดตั้งแยก
การตรวจเช็ก ต้องดึงปั๊มขึ้นจากบ่อก่อนตรวจเช็ก เข้าถึงตัวปั๊มได้ทันทีโดยไม่ต้องรื้อระบบ
งานที่เหมาะสม บ่อลึก บ่อบำบัดน้ำเสีย พื้นที่จำกัด งานที่ต้องเข้าถึงปั๊มบ่อยเพื่อดูแลรักษา


หากคุณกำลังมองหาปั๊มน้ำแบบต่าง ๆ แต่ยังไม่รู้วิธีเลือกขนาดปั๊มบาดาล Dynamach พร้อมส่งทีมวิศวกรผู้มีประสบการณ์เข้าไปช่วยประเมินหน้างานก่อนตัดสินใจ

ส่วนประกอบของปั๊มจุ่มน้ำมีอะไรบ้าง

ปั๊มจุ่มน้ำประกอบด้วยชิ้นส่วนหลัก 4 ส่วน ได้แก่ มอเตอร์ (Motor) ซีลกันน้ำ (Mechanical Seal) ใบพัด (Impeller) และตัวเรือนปั๊ม (Pump Casing) แต่ละส่วนจะทำงานร่วมกันเพื่อให้ปั๊มสูบน้ำได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพแม้แช่อยู่ใต้น้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน

มอเตอร์และ Mechanical Seal ทำงานร่วมกันอย่างไร

ซีลกันน้ำสองชั้น (Double Mechanical Seal) จะอยู่ในห้องน้ำมัน (Oil Chamber) คั่นระหว่างตัวมอเตอร์กับของเหลวภายนอก ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้น้ำหรือของเสียซึมผ่านเข้าสู่ห้องมอเตอร์ หากซีลชั้นแรกที่สัมผัสของเหลวโดยตรงเริ่มเสื่อมสภาพ ซีลชั้นที่สองจะยังคงป้องกันน้ำมันหล่อลื่นและขดลวดมอเตอร์ไว้ได้ ไม่ให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรทันที ระบบนี้จึงช่วยยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์และลดความเสี่ยงมอเตอร์ไหม้จากน้ำเข้าได้

ใบพัด (Impeller) แต่ละแบบต่างกันอย่างไร

  • Vortex Impeller (ใบพัดสร้างน้ำวน): อาศัยแรงเหวี่ยงสร้างกระแสน้ำวนดึงของเสียผ่านตัวปั๊มโดยไม่สัมผัสใบพัดโดยตรง เหมาะกับน้ำที่มีสิ่งเจือปนขนาดใหญ่ ตะกอนใยยาว หรือของเหลวที่มีฟองอากาศ
  • Non-Clog Impeller (ใบพัดกันอุดตัน): มีช่องทางไหลกว้างเป็นพิเศษให้ตะกอนหรือของแข็งไหลผ่านได้ง่าย เหมาะกับระบบระบายน้ำเสียรวมในโรงงานที่มีตะกอนหนาแน่น
  • Cutter Impeller (ใบพัดตัด): มาพร้อมใบมีดทังสเตนคาร์ไบด์ที่ปากทางเข้า สับขยะชิ้นใหญ่ให้เล็กลงก่อนถูกสูบออกไป เหมาะกับน้ำเสียที่มีขยะพลาสติก ถุงมือ หรือเศษผ้าปนอยู่มาก
  • การเลือกใบพัดผิดประเภทอาจทำให้เกิดการอุดตันและกระทบต่อ Flow Rate ของระบบโดยตรง

บริการออกแบบและติดตั้ง Submersible Pump ครบวงจรโดยวิศวกร

ที่ Dynamach เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จัดจำหน่าย แต่เราคือทีมวิศวกรที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการของเรา ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบระบบ (System Design) การคำนวณสเปกที่แม่นยำ ไปจนถึงการติดตั้งและการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)

  • Engineering Solution Service Team: ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ช่วยคุณเลือก ปั๊มจุ่มน้ำ ที่เหมาะสมกับการใช้งานจริง เพื่อลดความเสี่ยงในการเลือกผิดสเปกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปั๊มพัง
  • Power Service Team: เราให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน ทีมงานจะเข้าประเมินและเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้า เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ พร้อมจัดทำรายงานผลการประหยัดพลังงาน ช่วยคุณยื่นขอรับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการภาครัฐได้
  • After Sales Service Team: บริการซ่อมแซมและติดตั้งเครื่องจักรส่งกำลังทั่วประเทศ เรามีอะไหล่รองรับครบครัน มั่นใจได้ว่า ปั๊มน้ำเสีย ที่ส่งซ่อมจะกลับมามีประสิทธิภาพใกล้เคียงของใหม่มากที่สุด
  • Thermal Energy Solution Service Team: ครอบคลุมไปถึงระบบพลังงานความร้อน มุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักร จัดหาสินค้าวิศวกรรมเฉพาะทาง เช่น สแตนเลสเกรดพิเศษและเครื่องมือวัดมาตรฐานสูง

วิธีดูแลรักษาปั๊มจุ่มน้ำเสีย

การดูแลรักษาปั๊มจุ่มน้ำเสียเน้นที่การตรวจเช็กสภาพซีลกันน้ำ ใบพัด และค่าไฟฟ้าที่มอเตอร์ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่จะลุกลามจนมอเตอร์เสียหาย

ควรตรวจเช็กปั๊มจุ่มน้ำเสียทุกกี่เดือน?

ความถี่ในการตรวจเช็กขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและความหนักเบาของน้ำเสีย โดยทั่วไปควรตรวจเช็กสภาพซีลกันน้ำและใบพัดอย่างน้อยทุก 3-6 เดือนสำหรับงานที่ใช้งานต่อเนื่อง หรือถี่กว่านั้นหากน้ำเสียมีตะกอนหรือสิ่งปนเปื้อนสูง ทั้งนี้ควรให้ทีมวิศวกรประเมินตามลักษณะหน้างานจริงเพื่อกำหนดรอบที่เหมาะสมที่สุด

สัญญาณเตือนที่บอกว่าปั๊มจุ่มน้ำเสียกำลังจะพัง

สัญญาณที่ควรสังเกตได้แก่ เสียงการทำงานผิดปกติหรือมีเสียงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้น ปริมาณน้ำที่สูบได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เบรกเกอร์ตัดบ่อยผิดปกติ และมีคราบน้ำมันหรือฟองอากาศปนออกมาจากจุดที่สูบ ซึ่งอาจบ่งบอกว่าซีลกันน้ำเริ่มเสื่อมสภาพ หากพบสัญญาณเหล่านี้ควรหยุดใช้งานและตรวจสอบก่อนเกิดความเสียหายต่อมอเตอร์


ต้องการเลือก ปั๊ม Submersible / ปั๊มน้ำเสีย / ปั๊มน้ำท่วม ให้เหมาะกับหน้างาน
ติดต่อ Dynamach วันนี้ พร้อมบริการคำนวณสเปกและประเมินหน้างานฟรี


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Submersible Pump (FAQ)

มอเตอร์ของ Submersible Pump นำไปแช่น้ำแล้วไฟจะรั่วหรือไม่?

ไม่รั่ว หากตัวปั๊มได้มาตรฐาน IP68 และมีการติดตั้งระบบสายดินร่วมกับเบรกเกอร์กันดูด ตัวมอเตอร์ถูกซีลอย่างหนาแน่นด้วย Mechanical Seal ป้องกันน้ำเข้าสู่ห้องมอเตอร์ 100%

หากบ่อน้ำเสียของโรงงานมีเศษขยะและถุงพลาสติกเยอะ ควรใช้ปั๊มจุ่มแบบไหน?

ควรเลือกใช้ปั๊มที่มีใบพัดแบบ Cutter Impeller ซึ่งมีชุดใบมีดตัดขยะก่อนเข้าตัวปั๊ม เพื่อป้องกันการอุดตันที่ใบพัดและท่อส่ง

ทำไม ปั๊มน้ำเสีย หรือ ปั๊มน้ำท่วม ถึงมอเตอร์ไหม้บ่อย?

สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก 1) เลือกปั๊มผิดประเภททำให้เศษขยะเข้าไปขัดใบพัดจนมอเตอร์ค้าง 2) แรงดันไฟฟ้าตก/เกิน 3) ไม่มีตู้คอนโทรลปั๊มน้ำที่ติดตั้งระบบป้องกัน Overload ที่ดีพอ